การตั้ง Stop Loss โดยใช้แนวรับและแนวต้าน เป็นหนึ่งในวิธีที่นักเทรดนิยมใช้เพื่อจำกัดความเสี่ยงอย่างมีหลักการ เทคนิคนี้ช่วยให้การวางจุด Stop Loss มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมราคาในกราฟจริง สำหรับมือใหม่ การเข้าใจวิธีใช้แนวรับ-แนวต้านอย่างถูกต้องจะช่วยลดโอกาสโดนลากก่อนราคากลับตัว บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก “วิธีตั้ง Stop Loss ด้วยเทคนิคแนวรับ-แนวต้าน” กันครับ
วิธีตั้ง Stop Loss ด้วยเทคนิคแนวรับ-แนวต้าน
การตั้ง Stop Loss ด้วยการอ้างอิงจาก แนวรับ (Support) และ แนวต้าน (Resistance) เป็นเทคนิคที่นักลงทุนนิยมใช้กันมาก เพราะมีความสมเหตุสมผลทางเทคนิคและช่วยให้จุด Stop Loss ไม่ถูกกระชากจากความผันผวนเล็กๆ น้อยๆ ของราคา ข้อดีคือมันช่วยให้คุณมีจุดอ้างอิงที่ชัดเจน แทนที่จะใช้เพียงตัวเลขเปอร์เซ็นต์ตายตัว มาดูกันว่าทำอย่างไร:
1. ทำความเข้าใจแนวรับและแนวต้าน ก่อนจะตั้ง Stop Loss คุณต้องเข้าใจก่อนว่าแนวรับและแนวต้านคืออะไร:
- แนวรับ (Support Level): คือระดับราคาที่มักจะมี แรงซื้อเข้ามามาก ทำให้ราคาที่กำลังตกลงมาหยุดชะงักและอาจมีการดีดตัวกลับขึ้นไปได้หลายครั้ง เปรียบเสมือน “พื้น” ที่รองรับราคาไม่ให้ตกลงไปง่ายๆ
- แนวต้าน (Resistance Level): คือระดับราคาที่มักจะมี แรงขายออกมามาก ทำให้ราคาที่กำลังขึ้นไปหยุดชะงักและอาจมีการปรับตัวลง เปรียบเสมือน “เพดาน” ที่ขวางราคาไม่ให้ขึ้นไปง่ายๆ
2. วิธีตั้ง Stop Loss สำหรับ “ขาขึ้น” (เมื่อคุณซื้อเพื่อหวังราคาขึ้น) เมื่อคุณกำลังมองหาโอกาสซื้อหุ้นที่อยู่ในช่วงขาขึ้น หรือกำลังจะกลับตัวขึ้น:
- ระบุแนวรับที่สำคัญ:
- ดูจากกราฟ: มองหาจุดที่ราคาเคยตกลงมาแล้วเด้งกลับขึ้นไปหลายครั้งในอดีต นั่นคือแนวรับที่แข็งแกร่ง
- เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Averages – MA): เช่น MA 50 วัน, MA 200 วัน มักจะเป็นแนวรับ/แนวต้านได้ดี
- จุดสูงสุด/ต่ำสุดเดิม (Previous High/Low): จุดต่ำสุดเดิมที่ราคาเคยลงมาแล้วเด้งกลับขึ้นไปอย่างมีนัยสำคัญ สามารถเป็นแนวรับที่น่าสนใจได้
- ตั้ง Stop Loss ใต้แนวรับนั้นเล็กน้อย:
- หลังจากระบุแนวรับที่แข็งแกร่งได้แล้ว ให้ตั้ง Stop Loss ต่ำกว่าแนวรับนั้นลงมาเล็กน้อย เผื่อพื้นที่ให้ราคาเคลื่อนไหวเล็กน้อย (Noise) โดยไม่โดน Stop Loss โดยไม่จำเป็น
- ตัวอย่าง: หากคุณซื้อหุ้น A ที่ราคา 50 บาท และเห็นแนวรับสำคัญที่ 48 บาท คุณอาจตั้ง Stop Loss ที่ 47.50 บาท หรือ 47 บาท (แล้วแต่ความผันผวนของหุ้นและกลยุทธ์ของคุณ)
- เหตุผล: หากราคาตกลงมาต่ำกว่าแนวรับสำคัญ แสดงว่าแนวรับนั้นถูกทำลายแล้ว และมีโอกาสสูงที่ราคาจะตกลงไปมากกว่านี้ การตั้ง Stop Loss ณ จุดนี้จะช่วยจำกัดการขาดทุน
3. วิธีตั้ง Stop Loss สำหรับ “ขาลง” (เมื่อคุณ Short Sell เพื่อหวังราคาลง) สำหรับนักลงทุนที่ใช้กลยุทธ์ Short Sell (ขายก่อนซื้อ) เพื่อทำกำไรจากราคาที่ลดลง การตั้ง Stop Loss จะกลับกัน:
- ระบุแนวต้านที่สำคัญ:
- ดูจากกราฟ: มองหาจุดที่ราคาเคยขึ้นไปถึงแล้วถูกแรงขายกดลงมาหลายครั้งในอดีต นั่นคือแนวต้านที่แข็งแกร่ง
- เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Averages – MA): เช่น MA 50 วัน, MA 200 วัน
- จุดสูงสุด/ต่ำสุดเดิม (Previous High/Low): จุดสูงสุดเดิมที่ราคาเคยขึ้นไปแล้วถูกกดลงมาอย่างมีนัยสำคัญ สามารถเป็นแนวต้านที่น่าสนใจได้
- ตั้ง Stop Loss เหนือแนวต้านนั้นเล็กน้อย:
- หลังจากระบุแนวต้านที่แข็งแกร่งได้แล้ว ให้ตั้ง Stop Loss สูงกว่าแนวต้านนั้นขึ้นไปเล็กน้อย
- ตัวอย่าง: หากคุณ Short Sell หุ้น B ที่ราคา 100 บาท และเห็นแนวต้านสำคัญที่ 105 บาท คุณอาจตั้ง Stop Loss ที่ 105.50 บาท หรือ 106 บาท
- เหตุผล: หากราคาขึ้นไปเหนือแนวต้านสำคัญ แสดงว่าแนวต้านนั้นถูกทำลายแล้ว และมีโอกาสสูงที่ราคาจะขึ้นไปมากกว่านี้ การตั้ง Stop Loss ณ จุดนี้จะช่วยจำกัดการขาดทุนจากการ Short Sell
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “วิธีตั้ง Stop Loss ตามแนวรับ-แนวต้าน” ที่เราได้นำมาฝากทุกๆ ท่าน หวังว่าจะช่วยให้เทรดได้อย่างมั่นใจกันมากขึ้นนะครับ
